สิ่งที่ต้องรู้! ก่อนเปิดร้านขายยาต้องเตรียมอะไรบ้าง 2569
- Decco develop
- 13 ก.พ.
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 25 มี.ค.

การเปิดร้านขายยาเป็นหนึ่งในธุรกิจสุขภาพที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เพราะผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทั้งการรักษาโรค การป้องกันโรค และการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม หลายคนที่สนใจลงทุนมักมีคำถามสำคัญว่า “ถ้าอยากเปิดร้านขายยาต้องเตรียมอะไรบ้าง?”
บทความนี้จะสรุป สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเปิดร้านขายยาในปี 2569 เพื่อช่วยให้คุณเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างถูกต้องและลดความผิดพลาดในการลงทุน
เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ
พื้นที่ร้านขายยาตามมาตรฐาน GPP

สิ่งสำคัญก่อนเปิดร้านขายยา คือการเข้าใจมาตรฐาน GPP (Good Pharmacy Practice) เป็นตัวกำหนดคุณภาพการให้บริการให้ปลอดภัยและเป็นมืออาชีพ การปฏิบัติตาม GPP ไม่เพียงช่วยให้ผ่านเกณฑ์กฎหมาย แต่ยังสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากลูกค้าในระยะยาว
พื้นที่ร้านขายยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย
พื้นที่ขายยาและให้คำปรึกษาต้องไม่น้อยกว่า 8 ตร.ม. (ไม่รวมพื้นที่เก็บยา) และด้านที่สั้นที่สุดไม่น้อยกว่า 2 เมตร
การวัดความกว้าง 2 เมตร ให้วัดจากผนังถึงขอบตู้ยา หรือพื้นที่หน้าตู้ (เว้นระยะได้ไม่น้อยกว่า 30 ซม. และต้องไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ)
ต้องจัดพื้นที่ให้คำปรึกษาแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน พร้อมโต๊ะ เก้าอี้ และป้ายแสดง
การจัดพื้นที่เก็บสำรองยา
ต้องมีพื้นที่เก็บยาที่เพียงพอ จัดเก็บเป็นระเบียบ และไม่วางยาสัมผัสพื้นโดยตรง
ควบคุมสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิและความชื้น ให้เหมาะสมกับการเก็บยา
หากมีสต๊อกจำนวนมาก ควรแยกพื้นที่เก็บออกจากโซนขาย และใช้พาเลทรองสินค้า
หากมีสต๊อกไม่มาก สามารถใช้พื้นที่ในร้านได้ แต่ต้องแยก “ยาสำรอง” กับ “ยาพร้อมขาย” ให้ชัดเจน
ควรติดป้าย “พื้นที่เก็บสำรองยา” และไม่วางปะปนกับสินค้าหน้าร้าน
การจัดพื้นที่ให้คำปรึกษา
ต้องแยกจากพื้นที่ขายอย่างชัดเจน และอยู่ใกล้จุดบริการของเภสัชกร
มีโต๊ะและเก้าอี้อย่างน้อย 2 ที่นั่ง รองรับการพูดคุย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
มีพื้นที่สำหรับวางเอกสารและอุปกรณ์ เช่น ประวัติการใช้ยา หรือเครื่องวัดความดัน
ควรจัดให้มีความเป็นส่วนตัว เพื่อให้คำปรึกษาได้อย่างเหมาะสม
โครงสร้างและสภาพแวดล้อมของร้านขายยา
สถานที่ต้องถูกต้องตามกฎหมาย มีทะเบียนบ้าน และไม่ใช้พื้นที่พักอาศัย
อาคารต้องแข็งแรง ก่อสร้างด้วยวัสดุถาวร และแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนชัดเจน
ภายในร้านต้องสะอาด เป็นระเบียบ ไม่มีสัตว์เลี้ยง และมีระบบป้องกันแมลง
อากาศถ่ายเทดี ควบคุมอุณหภูมิไม่เกิน 30°C และหลีกเลี่ยงแสงแดดหรือความชื้นที่กระทบยา
ต้องมีแสงสว่างเพียงพอสำหรับอ่านฉลากยาและเอกสารอย่างชัดเจน
การจัดวางยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษ
ต้องแยกจัดวางยาแต่ละประเภทอย่างชัดเจน พร้อมป้ายกำกับตามหลักวิชาการ
ควรจัดวางในพื้นที่ของเภสัชกร เพื่อควบคุมการจ่ายยา
ต้องมีระบบควบคุมการเข้าถึง และมีอุปกรณ์ปิดบังเมื่อไม่มีเภสัชกรอยู่
ควรมีป้ายแจ้งชัดเจนว่า “ไม่สามารถจำหน่ายยาได้เมื่อไม่มีเภสัชกร”
อุปกรณ์ร้านขายยาตามมาตรฐาน GPP

อุปกรณ์พื้นฐานที่ร้านขายยาต้องมี
ตู้เย็นสำหรับเก็บยา (กรณีจำเป็น) ต้องมีอย่างน้อย 1 เครื่อง สำหรับยาที่ต้องเก็บในอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ โดยต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และแยกเก็บยาเป็นสัดส่วน ไม่ปะปนกับสิ่งของอื่น
ถาดนับเม็ดยา ต้องมีอย่างน้อย 2 ถาด และอยู่ในสภาพใช้งานได้ดี หมายเหตุ : หากมีการแบ่งบรรจุยากลุ่ม เช่น เพนนิซิลิน ซัลโฟนาไมด์ หรือ NSAIDs ต้องแยกอุปกรณ์นับเม็ดยาเฉพาะ ห้ามใช้ร่วมกับยากลุ่มอื่น
เครื่องวัดความดันโลหิต แบบอัตโนมัติ อย่างน้อย 1 เครื่อง พร้อมใช้งานตามมาตรฐาน
เครื่องชั่งน้ำหนัก สำหรับผู้รับบริการ อย่างน้อย 1 เครื่อง และต้องใช้งานได้ดี
อุปกรณ์วัดส่วนสูง อย่างน้อย 1 เครื่อง เพื่อใช้ประเมินข้อมูลผู้รับบริการ
อุปกรณ์ดับเพลิง อย่างน้อย 1 ชุด ต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และติดตั้งในบริเวณที่เหมาะสม เช่น พื้นที่เก็บยา
บุคลากรร้านขายยาตามมาตรฐาน GPP

บุคลากรและการแต่งกายในร้านขายยา
เภสัชกรประจำร้าน ต้องมีความรู้และความสามารถในการให้บริการทางเภสัชกรรมชุมชนอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน
พนักงานร้านยา ต้องมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายยาและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย พร้อมผ่านการอบรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม
การแต่งกายของเภสัชกร ต้องสวมเสื้อกาวน์สีขาว พร้อมสัญลักษณ์ของสภาเภสัชกรรม และแสดงตนอย่างชัดเจนว่าเป็นเภสัชกร เพื่อรักษามาตรฐานและภาพลักษณ์วิชาชีพ
การแต่งกายของพนักงาน ต้องแต่งกายและติดป้ายแสดงตนให้ชัดเจน โดยไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นเภสัชกร
การแบ่งหน้าที่ภายในร้าน ต้องมีการกำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของเภสัชกรและพนักงานอย่างชัดเจน เพื่อให้การให้บริการเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานวิชาชีพ
การควบคุมคุณภาพยาตามมาตรฐาน GPP

การควบคุมคุณภาพยาในร้านขายยา
คัดเลือกและจัดหายา จากผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่ายที่ถูกต้องตามกฎหมาย และได้มาตรฐานด้านการผลิต การจัดเก็บและการขนส่ง
เก็บรักษายา ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น ควบคุมอุณหภูมิ และหลีกเลี่ยงแสงแดด เพื่อคงคุณภาพของยา
ระบบตรวจสอบยา หมดอายุหรือยาเสื่อมคุณภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกนำไปจ่ายให้ผู้ป่วย
ระบบจัดการยา หมดอายุหรือยาเสื่อมคุณภาพ เช่น การส่งคืนหรือทำลายอย่างถูกต้องและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ตรวจสอบคุณภาพยาในกรณีรับคืนหรือเปลี่ยนยา ก่อนนำกลับมาจำหน่ายทุกครั้ง
ระบบเอกสาร เกี่ยวกับการจัดซื้อ การจัดเก็บ และการจำหน่าย ที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
เลือกใช้ภาชนะบรรจุและฉลากยาที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของยา
การให้บริการทางเภสัชกรรมตามมาตรฐาน GPP

การปฏิบัติตามทางเภสัชกรรมชุมชน
ป้ายและใบอนุญาต ที่กฎหมายกำหนดแสดงอย่างชัดเจน พร้อมบันทึกข้อมูลยาให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรวจสอบย้อนหลังได้
เภสัชกรต้องซักถามข้อมูลผู้รับบริการก่อนจ่ายยา และยาทุกชนิดต้องมีฉลากครบถ้วน เช่น ชื่อยา วิธีใช้ ข้อควรระวัง และข้อมูลร้านยา
การจ่ายยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ ต้องดำเนินการโดยเภสัชกรเท่านั้น พร้อมให้คำแนะนำอย่างครบถ้วน
ระบบดูแลความปลอดภัยของผู้ป่วย เช่น ป้องกันการแพ้ยาซ้ำ คัดกรอง และส่งต่อผู้ป่วยเมื่อจำเป็น
การบรรจุหรือเตรียมยาเฉพาะราย ต้องควบคุมความสะอาด ป้องกันการปนเปื้อน และเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ
ระบบเฝ้าระวังปัญหาจากการใช้ยา เช่น อาการไม่พึงประสงค์ และมีแหล่งข้อมูลยาที่เชื่อถือได้สำหรับการให้คำแนะนำ
สื่อโฆษณาและกิจกรรมในร้าน ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเภสัชกร ไม่โอ้อวด ไม่ทำให้เข้าใจผิด และถูกต้องตามกฎหมาย
ห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้านยา
การเลือกทำเลสำหรับร้านขายยา

ทำเลถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของร้านขายยาโดยตรง เพราะแม้ร้านจะได้มาตรฐานแค่ไหน แต่หากอยู่ในจุดที่ลูกค้าเข้าถึงยาก ก็อาจทำให้ยอดขายไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
ทำเลที่เหมาะกับร้านขายยา
การเลือกทำเลที่เหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้ร้านขายยามีโอกาสเติบโต สร้างลูกค้าประจำและคืนทุนได้เร็วขึ้น
ควรเลือกทำเลที่มี คนสัญจรหรืออยู่อาศัยหนาแน่น เช่น ใกล้ชุมชน ตลาด หรือคอนโด
ทำเลใกล้ โรงพยาบาลหรือคลินิก จะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ต้องพิจารณา จำนวนคู่แข่งในพื้นที่ เพื่อประเมินโอกาสทางธุรกิจ
ร้านควร มองเห็นได้ง่ายจากถนน และมีทางเข้าออกสะดวก
มี ที่จอดรถหรือเข้าถึงได้ง่าย จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า
งบประมาณในการเปิดร้านขายยา

หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนเริ่มธุรกิจ คือ “ต้องใช้เงินเท่าไร?” โดยทั่วไป การเปิดร้านขายยาจะใช้งบประมาณประมาณ 700,000 – 1,500,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดร้าน ทำเล และรูปแบบการตกแต่ง
ค่าตกแต่งร้าน
ประมาณ 300,000 – 800,000 บาท (รวมชั้นวางยา เคาน์เตอร์ และดีไซน์ร้าน)
ค่าสต็อกยาเริ่มต้น
ประมาณ 300,000 – 500,000 บาท (ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและขนาดร้าน)
ค่าอุปกรณ์และระบบร้าน
ประมาณ 50,000 – 100,000 บาท เช่น คอมพิวเตอร์ ระบบ POS เครื่องสแกนบาร์โค้ด และตู้เย็นเก็บยา
เงินทุนหมุนเวียน
ควรเตรียมเงินสำรองอย่างน้อย 3 – 6 เดือน เพื่อใช้สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำไฟ และเงินเดือนพนักงาน
ระยะเวลาคืนทุนของร้านขายยา
โดยทั่วไปธุรกิจร้านขายยามี ระยะเวลาคืนทุนประมาณ 2 – 4 ปี ขึ้นอยู่กับทำเล จำนวนลูกค้า และการบริหารจัดการร้าน หากวางแผนงบประมาณอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง
เอกสารที่ต้องยื่นในการเปิดร้านขายยา

การยื่นขออนุญาตเปิดร้านขายยา ต้องเตรียมเอกสารหลัก ๆ แบ่งเป็น 3 ส่วน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว
เอกสารเกี่ยวกับสถานที่และกิจการ
คำขออนุญาตขายยา
สัญญาระหว่างผู้ขออนุญาตกับเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
สำเนาทะเบียนบ้านของสถานที่ตั้งร้าน
แผนที่แสดงที่ตั้งร้านขายยา
แผนผังภายในร้าน (แสดงการจัดวางพื้นที่)
สัญญาเช่า หรือเอกสารแสดงสิทธิ์ในสถานที่
หนังสือรับรองว่าอาคารไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้บริการ
เอกสารของผู้ขออนุญาต (เจ้าของร้าน)
คำรับรองผู้ขออนุญาตขายยา
ใบรับรองแพทย์
สำเนาทะเบียนบ้าน
สำเนาบัตรประชาชน
หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบให้ผู้อื่นดำเนินการ)
รูปถ่ายขนาด 3×4 ซม. จำนวน 2 รูป
เอกสารของเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
คำรับรองผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
สำเนาทะเบียนบ้าน
สำเนาบัตรประชาชน
สำเนาใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม
ใบแจ้งผลการขึ้นทะเบียนผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ
สรุป เปิดร้านขายยาต้องเตรียมอะไรบ้าง
ก่อนเปิดร้านขายยาในปี 2569 ต้องเตรียมให้พร้อมทั้งเรื่องกฎหมาย เอกสาร และมาตรฐานร้านขายยาให้ครบ เพื่อให้เปิดร้านได้ถูกต้องตั้งแต่แรก นอกจากนี้ยังต้องดูเรื่องทำเล งบลงทุน อุปกรณ์ในร้าน และต้องมีเภสัชกรประจำร้านตามที่กฎหมายกำหนด
สรุปคือ การเปิดร้านขายยาไม่ได้มีแค่เรื่องเงินทุน แต่ต้องวางแผนให้รอบคอบทั้งระบบ เพื่อให้ร้านเปิดได้จริงและเดินต่อได้ในระยะยาว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปิดร้านขายยา (FAQ)
เปิดร้านขายยาต้องมีเภสัชกรไหม?
ร้านขายยาจำเป็นต้องมีเภสัชกรประจำร้านตามที่กฎหมายกำหนด โดยเภสัชกรจะต้องปฏิบัติงานอยู่ในช่วงเวลาที่ร้านเปิดให้บริการ เพื่อดูแลการจ่ายยาและให้คำแนะนำด้านการใช้ยาอย่างถูกต้องแก่ผู้บริโภค
เปิดร้านขายยาต้องใช้เงินลงทุนเท่าไร?
งบลงทุนเริ่มต้นสำหรับการเปิดร้านขายยาโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 700,000 – 1,500,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดร้าน ทำเลที่ตั้ง การตกแต่งร้าน และอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินงาน
เปิดร้านขายยาต้องมีใบอนุญาตไหม?
การเปิดร้านขายยาจำเป็นต้องขอใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบันให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยผู้ประกอบการต้องยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ พร้อมทั้งจัดเตรียมสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรฐานร้านขายยา (GPP) และมีเภสัชกรที่มีใบประกอบวิชาชีพประจำร้านในเวลาที่เปิดให้บริการ
ไม่ใช่เภสัชกรสามารถเปิดร้านขายยาได้ไหม?
ผู้ที่ไม่ได้เป็นเภสัชกรสามารถเปิดร้านขายยาได้ แต่จะต้องมีเภสัชกรที่มีใบประกอบวิชาชีพประจำร้านตลอดช่วงเวลาที่เปิดทำการ เพื่อรับผิดชอบในการจ่ายยาอันตรายและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างเหมาะสม




ความคิดเห็น