top of page

สิ่งที่ต้องรู้! ก่อนเปิดร้านขายยาต้องเตรียมอะไรบ้าง 2569

อัปเดตเมื่อ 25 มี.ค.

เปิดร้านขายยาต้องเตรียมอะไรบ้าง

การเปิดร้านขายยาเป็นหนึ่งในธุรกิจสุขภาพที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เพราะผู้คนให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทั้งการรักษาโรค การป้องกันโรค และการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม หลายคนที่สนใจลงทุนมักมีคำถามสำคัญว่า “ถ้าอยากเปิดร้านขายยาต้องเตรียมอะไรบ้าง?”

บทความนี้จะสรุป สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเปิดร้านขายยาในปี 2569 เพื่อช่วยให้คุณเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างถูกต้องและลดความผิดพลาดในการลงทุน



พื้นที่ร้านขายยาตามมาตรฐาน GPP


แปลนร้านขายยา

สิ่งสำคัญก่อนเปิดร้านขายยา คือการเข้าใจมาตรฐาน GPP (Good Pharmacy Practice) เป็นตัวกำหนดคุณภาพการให้บริการให้ปลอดภัยและเป็นมืออาชีพ การปฏิบัติตาม GPP ไม่เพียงช่วยให้ผ่านเกณฑ์กฎหมาย แต่ยังสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากลูกค้าในระยะยาว


พื้นที่ร้านขายยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

  • พื้นที่ขายยาและให้คำปรึกษาต้องไม่น้อยกว่า 8 ตร.ม. (ไม่รวมพื้นที่เก็บยา) และด้านที่สั้นที่สุดไม่น้อยกว่า 2 เมตร

  • การวัดความกว้าง 2 เมตร ให้วัดจากผนังถึงขอบตู้ยา หรือพื้นที่หน้าตู้ (เว้นระยะได้ไม่น้อยกว่า 30 ซม. และต้องไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ)

  • ต้องจัดพื้นที่ให้คำปรึกษาแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน พร้อมโต๊ะ เก้าอี้ และป้ายแสดง


การจัดพื้นที่เก็บสำรองยา

  • ต้องมีพื้นที่เก็บยาที่เพียงพอ จัดเก็บเป็นระเบียบ และไม่วางยาสัมผัสพื้นโดยตรง

  • ควบคุมสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิและความชื้น ให้เหมาะสมกับการเก็บยา

  • หากมีสต๊อกจำนวนมาก ควรแยกพื้นที่เก็บออกจากโซนขาย และใช้พาเลทรองสินค้า

  • หากมีสต๊อกไม่มาก สามารถใช้พื้นที่ในร้านได้ แต่ต้องแยก “ยาสำรอง” กับ “ยาพร้อมขาย” ให้ชัดเจน

  • ควรติดป้าย “พื้นที่เก็บสำรองยา” และไม่วางปะปนกับสินค้าหน้าร้าน


การจัดพื้นที่ให้คำปรึกษา

  • ต้องแยกจากพื้นที่ขายอย่างชัดเจน และอยู่ใกล้จุดบริการของเภสัชกร

  • มีโต๊ะและเก้าอี้อย่างน้อย 2 ที่นั่ง รองรับการพูดคุย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ

  • มีพื้นที่สำหรับวางเอกสารและอุปกรณ์ เช่น ประวัติการใช้ยา หรือเครื่องวัดความดัน

  • ควรจัดให้มีความเป็นส่วนตัว เพื่อให้คำปรึกษาได้อย่างเหมาะสม


โครงสร้างและสภาพแวดล้อมของร้านขายยา

  • สถานที่ต้องถูกต้องตามกฎหมาย มีทะเบียนบ้าน และไม่ใช้พื้นที่พักอาศัย

  • อาคารต้องแข็งแรง ก่อสร้างด้วยวัสดุถาวร และแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนชัดเจน

  • ภายในร้านต้องสะอาด เป็นระเบียบ ไม่มีสัตว์เลี้ยง และมีระบบป้องกันแมลง

  • อากาศถ่ายเทดี ควบคุมอุณหภูมิไม่เกิน 30°C และหลีกเลี่ยงแสงแดดหรือความชื้นที่กระทบยา

  • ต้องมีแสงสว่างเพียงพอสำหรับอ่านฉลากยาและเอกสารอย่างชัดเจน


การจัดวางยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษ

  • ต้องแยกจัดวางยาแต่ละประเภทอย่างชัดเจน พร้อมป้ายกำกับตามหลักวิชาการ

  • ควรจัดวางในพื้นที่ของเภสัชกร เพื่อควบคุมการจ่ายยา

  • ต้องมีระบบควบคุมการเข้าถึง และมีอุปกรณ์ปิดบังเมื่อไม่มีเภสัชกรอยู่

  • ควรมีป้ายแจ้งชัดเจนว่า “ไม่สามารถจำหน่ายยาได้เมื่อไม่มีเภสัชกร”


อุปกรณ์ร้านขายยาตามมาตรฐาน GPP


อุปกรณ์ร้านขายยาตามมาตรฐาน GPP


อุปกรณ์พื้นฐานที่ร้านขายยาต้องมี

  • ตู้เย็นสำหรับเก็บยา (กรณีจำเป็น) ต้องมีอย่างน้อย 1 เครื่อง สำหรับยาที่ต้องเก็บในอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ โดยต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และแยกเก็บยาเป็นสัดส่วน ไม่ปะปนกับสิ่งของอื่น

  • ถาดนับเม็ดยา ต้องมีอย่างน้อย 2 ถาด และอยู่ในสภาพใช้งานได้ดี หมายเหตุ : หากมีการแบ่งบรรจุยากลุ่ม เช่น เพนนิซิลิน ซัลโฟนาไมด์ หรือ NSAIDs ต้องแยกอุปกรณ์นับเม็ดยาเฉพาะ ห้ามใช้ร่วมกับยากลุ่มอื่น

  • เครื่องวัดความดันโลหิต แบบอัตโนมัติ อย่างน้อย 1 เครื่อง พร้อมใช้งานตามมาตรฐาน

  • เครื่องชั่งน้ำหนัก สำหรับผู้รับบริการ อย่างน้อย 1 เครื่อง และต้องใช้งานได้ดี

  • อุปกรณ์วัดส่วนสูง อย่างน้อย 1 เครื่อง เพื่อใช้ประเมินข้อมูลผู้รับบริการ

  • อุปกรณ์ดับเพลิง อย่างน้อย 1 ชุด ต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และติดตั้งในบริเวณที่เหมาะสม เช่น พื้นที่เก็บยา


บุคลากรร้านขายยาตามมาตรฐาน GPP


เภสัชร้านขายยา

บุคลากรและการแต่งกายในร้านขายยา

  • เภสัชกรประจำร้าน ต้องมีความรู้และความสามารถในการให้บริการทางเภสัชกรรมชุมชนอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน

  • พนักงานร้านยา ต้องมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายยาและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย พร้อมผ่านการอบรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม

  • การแต่งกายของเภสัชกร ต้องสวมเสื้อกาวน์สีขาว พร้อมสัญลักษณ์ของสภาเภสัชกรรม และแสดงตนอย่างชัดเจนว่าเป็นเภสัชกร เพื่อรักษามาตรฐานและภาพลักษณ์วิชาชีพ

  • การแต่งกายของพนักงาน ต้องแต่งกายและติดป้ายแสดงตนให้ชัดเจน โดยไม่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นเภสัชกร

  • การแบ่งหน้าที่ภายในร้าน ต้องมีการกำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของเภสัชกรและพนักงานอย่างชัดเจน เพื่อให้การให้บริการเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานวิชาชีพ


การควบคุมคุณภาพยาตามมาตรฐาน GPP


ออกแบบร้านขายยา

การควบคุมคุณภาพยาในร้านขายยา

  • คัดเลือกและจัดหายา จากผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่ายที่ถูกต้องตามกฎหมาย และได้มาตรฐานด้านการผลิต การจัดเก็บและการขนส่ง

  • เก็บรักษายา ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น ควบคุมอุณหภูมิ และหลีกเลี่ยงแสงแดด เพื่อคงคุณภาพของยา

  • ระบบตรวจสอบยา หมดอายุหรือยาเสื่อมคุณภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกนำไปจ่ายให้ผู้ป่วย

  • ระบบจัดการยา หมดอายุหรือยาเสื่อมคุณภาพ เช่น การส่งคืนหรือทำลายอย่างถูกต้องและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

  • ตรวจสอบคุณภาพยาในกรณีรับคืนหรือเปลี่ยนยา ก่อนนำกลับมาจำหน่ายทุกครั้ง

  • ระบบเอกสาร เกี่ยวกับการจัดซื้อ การจัดเก็บ และการจำหน่าย ที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้

  • เลือกใช้ภาชนะบรรจุและฉลากยาที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของยา


การให้บริการทางเภสัชกรรมตามมาตรฐาน GPP


การปฏิบัติตามทางเภสัชกรรมชุมชน

การปฏิบัติตามทางเภสัชกรรมชุมชน


  • ป้ายและใบอนุญาต ที่กฎหมายกำหนดแสดงอย่างชัดเจน พร้อมบันทึกข้อมูลยาให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรวจสอบย้อนหลังได้

  • เภสัชกรต้องซักถามข้อมูลผู้รับบริการก่อนจ่ายยา และยาทุกชนิดต้องมีฉลากครบถ้วน เช่น ชื่อยา วิธีใช้ ข้อควรระวัง และข้อมูลร้านยา

  • การจ่ายยาอันตรายหรือยาควบคุมพิเศษ ต้องดำเนินการโดยเภสัชกรเท่านั้น พร้อมให้คำแนะนำอย่างครบถ้วน

  • ระบบดูแลความปลอดภัยของผู้ป่วย เช่น ป้องกันการแพ้ยาซ้ำ คัดกรอง และส่งต่อผู้ป่วยเมื่อจำเป็น

  • การบรรจุหรือเตรียมยาเฉพาะราย ต้องควบคุมความสะอาด ป้องกันการปนเปื้อน และเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ

  • ระบบเฝ้าระวังปัญหาจากการใช้ยา เช่น อาการไม่พึงประสงค์ และมีแหล่งข้อมูลยาที่เชื่อถือได้สำหรับการให้คำแนะนำ

  • สื่อโฆษณาและกิจกรรมในร้าน ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเภสัชกร ไม่โอ้อวด ไม่ทำให้เข้าใจผิด และถูกต้องตามกฎหมาย

  • ห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้านยา


การเลือกทำเลสำหรับร้านขายยา


ทำเลร้านขายยา

ทำเลถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของร้านขายยาโดยตรง เพราะแม้ร้านจะได้มาตรฐานแค่ไหน แต่หากอยู่ในจุดที่ลูกค้าเข้าถึงยาก ก็อาจทำให้ยอดขายไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง


ทำเลที่เหมาะกับร้านขายยา

การเลือกทำเลที่เหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้ร้านขายยามีโอกาสเติบโต สร้างลูกค้าประจำและคืนทุนได้เร็วขึ้น

  • ควรเลือกทำเลที่มี คนสัญจรหรืออยู่อาศัยหนาแน่น เช่น ใกล้ชุมชน ตลาด หรือคอนโด

  • ทำเลใกล้ โรงพยาบาลหรือคลินิก จะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

  • ต้องพิจารณา จำนวนคู่แข่งในพื้นที่ เพื่อประเมินโอกาสทางธุรกิจ

  • ร้านควร มองเห็นได้ง่ายจากถนน และมีทางเข้าออกสะดวก

  • มี ที่จอดรถหรือเข้าถึงได้ง่าย จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า


งบประมาณในการเปิดร้านขายยา


งบประมาณเปิดร้านขายยา

หนึ่งในคำถามที่หลายคนสงสัยก่อนเริ่มธุรกิจ คือ “ต้องใช้เงินเท่าไร?” โดยทั่วไป การเปิดร้านขายยาจะใช้งบประมาณประมาณ 700,000 – 1,500,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดร้าน ทำเล และรูปแบบการตกแต่ง


ค่าตกแต่งร้าน

ประมาณ 300,000 – 800,000 บาท (รวมชั้นวางยา เคาน์เตอร์ และดีไซน์ร้าน)


ค่าสต็อกยาเริ่มต้น

ประมาณ 300,000 – 500,000 บาท (ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและขนาดร้าน)


ค่าอุปกรณ์และระบบร้าน

ประมาณ 50,000 – 100,000 บาท เช่น คอมพิวเตอร์ ระบบ POS เครื่องสแกนบาร์โค้ด และตู้เย็นเก็บยา


เงินทุนหมุนเวียน

ควรเตรียมเงินสำรองอย่างน้อย 3 – 6 เดือน เพื่อใช้สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำไฟ และเงินเดือนพนักงาน


ระยะเวลาคืนทุนของร้านขายยา

โดยทั่วไปธุรกิจร้านขายยามี ระยะเวลาคืนทุนประมาณ 2 – 4 ปี ขึ้นอยู่กับทำเล จำนวนลูกค้า และการบริหารจัดการร้าน หากวางแผนงบประมาณอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง


เอกสารที่ต้องยื่นในการเปิดร้านขายยา


เอกสารขออนุญาตเปิดร้านขายยา

การยื่นขออนุญาตเปิดร้านขายยา ต้องเตรียมเอกสารหลัก ๆ แบ่งเป็น 3 ส่วน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างรวดเร็ว


เอกสารเกี่ยวกับสถานที่และกิจการ

  • คำขออนุญาตขายยา

  • สัญญาระหว่างผู้ขออนุญาตกับเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ

  • สำเนาทะเบียนบ้านของสถานที่ตั้งร้าน

  • แผนที่แสดงที่ตั้งร้านขายยา

  • แผนผังภายในร้าน (แสดงการจัดวางพื้นที่)

  • สัญญาเช่า หรือเอกสารแสดงสิทธิ์ในสถานที่

  • หนังสือรับรองว่าอาคารไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้บริการ


เอกสารของผู้ขออนุญาต (เจ้าของร้าน)

  • คำรับรองผู้ขออนุญาตขายยา

  • ใบรับรองแพทย์

  • สำเนาทะเบียนบ้าน

  • สำเนาบัตรประชาชน

  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีมอบให้ผู้อื่นดำเนินการ)

  • รูปถ่ายขนาด 3×4 ซม. จำนวน 2 รูป


เอกสารของเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ

  • คำรับรองผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ

  • สำเนาทะเบียนบ้าน

  • สำเนาบัตรประชาชน

  • สำเนาใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม

  • ใบแจ้งผลการขึ้นทะเบียนผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ


สรุป เปิดร้านขายยาต้องเตรียมอะไรบ้าง

ก่อนเปิดร้านขายยาในปี 2569 ต้องเตรียมให้พร้อมทั้งเรื่องกฎหมาย เอกสาร และมาตรฐานร้านขายยาให้ครบ เพื่อให้เปิดร้านได้ถูกต้องตั้งแต่แรก นอกจากนี้ยังต้องดูเรื่องทำเล งบลงทุน อุปกรณ์ในร้าน และต้องมีเภสัชกรประจำร้านตามที่กฎหมายกำหนด

สรุปคือ การเปิดร้านขายยาไม่ได้มีแค่เรื่องเงินทุน แต่ต้องวางแผนให้รอบคอบทั้งระบบ เพื่อให้ร้านเปิดได้จริงและเดินต่อได้ในระยะยาว


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปิดร้านขายยา (FAQ)


เปิดร้านขายยาต้องมีเภสัชกรไหม?

ร้านขายยาจำเป็นต้องมีเภสัชกรประจำร้านตามที่กฎหมายกำหนด โดยเภสัชกรจะต้องปฏิบัติงานอยู่ในช่วงเวลาที่ร้านเปิดให้บริการ เพื่อดูแลการจ่ายยาและให้คำแนะนำด้านการใช้ยาอย่างถูกต้องแก่ผู้บริโภค


เปิดร้านขายยาต้องใช้เงินลงทุนเท่าไร?

งบลงทุนเริ่มต้นสำหรับการเปิดร้านขายยาโดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 700,000 – 1,500,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดร้าน ทำเลที่ตั้ง การตกแต่งร้าน และอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินงาน


เปิดร้านขายยาต้องมีใบอนุญาตไหม?

การเปิดร้านขายยาจำเป็นต้องขอใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบันให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยผู้ประกอบการต้องยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ พร้อมทั้งจัดเตรียมสถานที่ให้เป็นไปตามมาตรฐานร้านขายยา (GPP) และมีเภสัชกรที่มีใบประกอบวิชาชีพประจำร้านในเวลาที่เปิดให้บริการ


ไม่ใช่เภสัชกรสามารถเปิดร้านขายยาได้ไหม?

ผู้ที่ไม่ได้เป็นเภสัชกรสามารถเปิดร้านขายยาได้ แต่จะต้องมีเภสัชกรที่มีใบประกอบวิชาชีพประจำร้านตลอดช่วงเวลาที่เปิดทำการ เพื่อรับผิดชอบในการจ่ายยาอันตรายและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างเหมาะสม

ความคิดเห็น


bottom of page